เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ราชบุรี – ถ่านไม้ขึ้นราคา หลังจากแก็สขึ้นราคา ประชาชนส่วนใหญ่หันมาใช้ ถ่านในการหุงต้มจำนวนมาก จน ผลิตแทบไม่ทัน แม้แต่วัดก็ต้องสต๊อกถ่านไว้ใช้เผาศพ
ผู้สื่อข่าวได้ไปที่เตาเผาถ่านของนางสาวชูศรี จำปาทอง อายุ 66 ปี ซึ่งตั้งอยู่ที่ 38/4 หมู่ 1 ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเผาถ่านที่ใหญ่ในตำบลน้ำพุ และขายดีจนผลิตแทบไม่ทัน ซึ่งคนที่จะมาซื้อต้องสั่งจองล่วงหน้า หรือบางรายก็ต้องจ่ายเงินไว้เป็นค่าประกันว่า หลังนำถ่านออกมาจากเตาจะต้องนำไปให้เจ้าของเงิน
โดยนางสาวชูศรี ได้พาชม เตาเผาถ่าน พร้อมเล่าว่า ตนเองมีหลายเตา โดยทุกเตานั้นมีกำลังการเผาถ่านทั้งหมดซึ่งจะใช้เวลาในการเผาประมาณไม่เกิน 15 วัน ก็จะได้มาเป็นก้อนถ่านใส่กระสอบเตรียมส่งขายได้ ทุกเตาที่เห็นนั้น ถ่านที่อยู่ข้างในมีคนสั่งจองหมดแล้ว ไม่สามารถขายให้ขาจรได้เลย แม้ว่าถ่านจะขึ้นราคาถึงกระสอบละ 30 บาท จากเดิมที่เคยขายในราคากระสอบละ 150 บาท ตอนนี้ขาย 180 บาท เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนเพื่อสูงขึ้น ทำให้ต้องขึ้นราคาแต่ก็ยังขายดี
ในปัจจุบัน ถ่านมีความต้องการมากขึ้น แต่คนเผาถ่านก็จะได้เงินไม่เท่าไหร่ ส่วนพ่อค้าคนกลางที่มารับไปขายต่อจะมีรายได้ดีกว่าคนเผา ส่วนที่ต้องขึ้นราคาถ่านเพราะน้ำมันขึ้นราคา เนื่องจากเราต้องใช้น้ำมันในการเติมเลื่อยตัดไม้ ค่าน้ำมันรถที่ขนส่ง และต้นไม้ก็แพงขึ้น แม้ว่าค่าแรงจะยังไม่ขึ้น คือในราคา 300 บาท ต่อวัน แต่ราคาน้ำมันขึ้นก็ทำให้ต้องขึ้นราคาถ่าน เพราะน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญ
ทั้งนี้ลูกค้า ก้อมีทั้งนำไปหุงต้ม และนำถ่านไปเผาศพ เพราะไม่ได้แยกว่าถ่านดิบหรือถ่านสุก แต่มีบางพื้นที่ใช้ถ่านดิบเพราะไฟแรงและลุกได้นาน ตอนนี้ขายดีมากมีการจ่ายเงินจองล่วงหน้า ซึ่งบางครั้งก็เผาแทบไม่ทัน ตนใช้ไม้ลำไยในการเผาเป็นถ่านเพราะเป็นไม้เนื้อแข็ง หาง่าย ไฟแรง ติดไฟนาน และในตำบลน้ำพุ นั้นชาวบ้านส่วนใหญ่จะปลูกลำไย และเมื่อต้นแก่ หรือมีกิ่งมากเกินไป หรือบางรายก็เลิกปลูก ก็จะตัดออก ตนก็จะไปรับซื้อมา ทำอย่างนี้มากกว่า 5 ปี แล้ว ซึ่งเผาถ่านครั้งหนึ่งใช้เวลาประมาณ 15 วันก็จะได้เป็นถ่านมาใส่กระสอบเตรียมไว้ขายได้เลย โดยขายครั้งหนึ่งก็ประมาณ 50 -80 กระสอบ ซึ่งตอนนี้แม้ว่าราคาถ่านจะแพงขึ้น แต่ก็ขายดีมากกว่าเดิมจนเผาแทบไม่ทัน
จากการสอบถามนายสุพล รสจันทร์วงษ์ สับปเหร่อที่วัดโคกหม้อ ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี ก็บอกว่า ที่วัดรับเผาศพผู้ที่ตายจากติดเชื้อโควิด ไปแล้วจำนวนมากซึ่งเชื้อเพลิงที่ใช้ก็จะเป็นถ่านดิบ (หัวถ่าน) ซึ่งเป็นถ่านที่เผายังไม่ทันสุก เนื่องจากถ่านดิบนั้นไฟแรงจะช่วยทำให้ไฟลุกได้ดี ไม่สามารถนำไปใช้หุงต้มได้ เพราะแรงเกินไป ใช้เผาศพได้อย่างเดียว ซึ่งในการเผาแต่ละศพนั้นจะใช้ถ่านไม่เกิน 4 ถุงปุ๋ย สำหรับที่วัดนี้ใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิงมาตลอด เพราะเป็นเตาโบราณ หรือบางครั้งก็ใช้ฟืนแทนบ้างไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้เลย
ในปัจจุบันประชาชนหันมาใช้ถ่านในการหุงต้มมากกว่า เชื้อเพลิงอย่างอื่นซึ่งเป็นการประหยัด แต่อาจจะสร้างมลพิษบ้าง ส่วนตามวัดก็จะมีการนำถ่านที่ได้จากประชาชนที่นำมาร่วมทำบุญเก็บไว้ เพื่อใช้ในการเผาศพ โดยให้ทางญาติของผู้ตายได้ทำบุญกับทางวัด เพราะนับวันถ่านก็จะยิ่งหายาก และมีราคาแพง เมื่อมีเหตุที่จำเป็นจะต้องใช้ถ่านในการเผาร่างของบุคคลอันเป็นที่รักก็อาจจะไม่สะดวกในการไปหาซื้อทางวัดจึงมีบริการไว้ให้







