หลังจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ถือว่าจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มรูป ปรากฏว่าพรรคการเมืองต่างๆเริ่มคาดการณ์ถึงกำหนดวันเลือกตั้ง และลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงกันอย่างเข้มข้น
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินตลาด อ.ต.ก.เป็นการส่วนตัว เพื่อจับจ่ายซื้ออาหารและผลไม้ โดย พล.อ.ประวิตร สวมเสื้อแจ็กเกตยี่ห้อ ISSUE ปักลายเสือสไตล์ญี่ปุ่น กางเกงยีนส์ดำ รองเท้าผ้าใบ โดยได้ซื้อแกงเขียวหวานเนื้อ ปลาดุกกรอบ หน่อไม้ดอง ผัดพริกขิง แกงเทโพ ต้มข่าไก่ ของโปรดและยังได้ซื้อกะปิโหว่ มะม่วง ตะลิงปลิง พร้อมทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างอารมณ์ดีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมได้ถ่ายภาพเซลฟี่กับประชาชน พ่อค้า แม่ค้า อย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ได้มีประชาชนนำดอกไม้มามอบให้กำลังใจบอกให้ลุงป้อมสู้ๆ และขอให้เป็นนายกฯคนที่ 30 เพื่อช่วยประชาชนให้กินดีอยู่ดี โดยใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาทีก่อนเดินทางกลับ
พ่อลูก “อดิเรกสาร” ไขก๊อก สอท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดการดีลร่วมงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมเปิดตัวในวันที่ 30 ม.ค.ที่พรรคพลังประชารัฐ ล่าสุด นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรค พร้อมบุตรชาย นายปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี 2 สมัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 1 ได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทย โดยจะไปยื่นลาออกต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 30 ม.ค.ยังไม่ตัดสินใจจะย้ายไปพรรคใด ทั้งนี้ นายปองพลและนายปรพล เดิมการเลือกตั้งเมื่อปี 62 เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่ต่อมาได้ลาออก ย้ายมาพรรครวมไทยสร้างชาติ ในช่วงเริ่มตั้งพรรค เเละได้ลาออกอีกครั้งย้ายมาร่วมงานพรรคสร้างอนาคตไทย เมื่อวันที่ 8 ก.ย.65 จนกระทั่ง เกิดการดีลร่วมงานพรรคสร้างอนาคตไทยกับพรรคพลังประชารัฐ ทำให้นายปองพลและนายปรพล ตัดสินใจลาออก เนื่องจากเกรงจะเกิดปัญหาทับซ้อนเขตเลือกตั้งกับ น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี พรรค พปชร.เขต 1
บ้านใหญ่นราธิวาสตีจาก สอท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปิดดีลกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ในการกลับมาอยู่พลังประชารัฐแล้วนั้น ปรากฏว่าจะมีสมาชิกพรรค สอท.เพียงบางส่วนที่ตามกลับมาอยู่กับ พปชร. อีกบางส่วนไม่ได้ตามกลับมา โดยเฉพาะบ้านใหญ่นราธิวาสของนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส ที่ก่อนหน้านี้พาทีมงานเปิดตัวกับ สอท.ไปแล้ว จะไม่ได้ตามกลับมา แม้หลายวันที่ผ่านมาแกนนำพรรค สอท.จะพยายามโทรศัพท์โน้มน้าวแล้วก็ตาม แต่ไม่เป็นผล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังมีข่าว พล.อ.ประวิตรปิดดีลกับนายอุตตมและนายสนธิรัตน์แล้ว สร้างความไม่พอใจให้กับบ้านใหญ่นราธิวาส เพราะเพิ่งจะออกจาก พปชร.มา จังหวะนั้นนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) สนิทสนมกับนายกูเซ็งมานาน ได้ประสานเข้ามาเพื่อชักชวนให้มาอยู่ด้วยกันที่ รทสช. ประกอบกับกระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เริ่มกลับมาดีขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้บ้านใหญ่นราธิวาส ตัดสินใจยกทีมมาร่วมงานกับ รทสช. ขณะที่เวทีปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 28 ม.ค.นายกูเซ็งได้เดินทางเข้าร่วมตามคำเชิญด้วย
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะสมาชิกพรรค รทสช.เปิดเผยว่า การขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ จ.ชุมพรแม้เป็นเวทีปราศรัยแรก แต่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนคับคั่ง พิสูจน์ชัดว่าประชาชนยังต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัย สานต่อนโยบายต่างๆที่ พล.อ.ประยุทธ์คิดและผลักดัน วันนี้ประเทศไทยยังต้องเดินหน้าต่อไป พล.อ.ประยุทธ์จึงเป็นคำตอบที่ประชาชนทั้งประเทศเชื่อมั่นและไว้วางใจได้ว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมา ธิการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 29 ม.ค.การเมืองไทยจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มรูป คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับฟังความเห็นพรรคการเมืองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วออกประกาศเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขตได้ไม่ช้านี้ กกต.คงอาศัยอำนาจตามกฎหมายนี้ ทยอยออกประกาศของ กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่มีเป็นจำนวนมากได้เลย เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใด ทราบมาว่าเตรียมการรอกันอยู่แล้ว ตอนนี้ กกต.คงรอแต่วันที่นายกฯจะประกาศยุบสภา เชื่อว่าเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาภายหลังจากการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ที่จะมีขึ้นในวัน 15-16 ก.พ.จบสิ้นลงก่อน น่าจะถือว่าจะเป็น Last Battle หรือการต่อสู้ฉากสุดท้ายของสภาชุดที่ 25 นี้ จากนั้นภาวะของสภาฯช่วงปลายสมัยที่เกิดการล่มบ่อยๆ น่าจะเป็นตัวเร่งให้มีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 ก.พ.ได้เหมือนกัน
โล่งปลดล็อกสรรหาผู้สมัคร ส.ส.
นายนิกรกล่าวอีกว่าเมื่อ พ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับใหม่บังคับใช้พรรคการเมืองจะคลี่คลายปัญหาหนักอกเดิมที่ต้องมีตัวแทนประจำจังหวัดทุกเขตเลือกตั้งใช้ตัวแทนประจำจังหวัดเพียงแห่งเดียวประชุมลงมติเห็นชอบรายชื่อผู้สมัครทุกเขตที่กรรมการสรรหาของพรรคส่งมาให้ มีมติเพียงแค่เห็นชอบเท่านั้น ไม่ต้องลงคะแนนเลือกตั้งเบื้องต้นก่อนตามกฎหมายเดิม ถือว่าปัญหาด้านกฎหมายขอพรรคการเมืองหมดไป พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มตัว ได้เรียกประชุมคณะกรรมการวันที่ 31 ม.ค.ร่วมกับคณะกรรมการประชาสัมพันธ์พรรค ที่มีนายเสมอกันเที่ยงธรรม เป็นประธานสรุปรายละเอียดนโยบายแต่ละด้านและจัดทำเป็นข้อมูลประกอบให้ผู้สมัครส.ส.นำไปเสนอต่อประชาชน และให้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายสำหรับผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ที่ ชทพ.จะส่งให้ครบทั้ง 100 รายชื่อ ขณะนี้ทยอยมาแสดงเจตจำนงกันหลายรายชื่อแล้ว พรรคต้องการบุคคลที่เห็นด้วยกับนโยบายพรรคเข้ามาร่วมทำงานทางการเมือง ประกาศตัวให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ หลังเลือกตั้งจะได้เป็นแก่นแกนทางการเมือง ทั้งทางลึกในเชิงนโยบายและทางกว้างเชิงพื้นที่ ได้สานต่อนำนโยบายของพรรค ชทพ.ที่ประกาศไว้นำไปสู่รูปธรรมให้ประชาชน
“สมชัย” คาดกาบัตร 14 หรือ 21 พ.ค.
วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นโยบายพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า อ่านทางยุบสภาของนายประยุทธ์ 1.ข่าวที่เลขาฯ กกต.บอกขอ 45 วันหลัง พ.ร.ป. 2 ฉบับประกาศใช้ โดย 25 วันเพื่อแบ่งเขต 20 วันทำไพรมารีโหวตของพรรคการเมือง 2.ข่าว พ.ร.ป 2 ฉบับประกาศใช้แล้ว มีผลวันที่ 29 ม.ค.66 บวกไป 45 วัน คือ 15 มี.ค. 3.หากยุบสภา 15 มี.ค.เลือกตั้งช้าสุดคือ 14 พ.ค.66 แต่หากยุบสภาลากไปถึง 22 มี.ค.เลือกตั้งช้าสุดคือ 21 พ.ค. 4.คุณประยุทธ์เคยบอกจะไม่ให้มีปัญหาต่อผู้สมัคร ส.ส. จึงน่าเป็นไปได้ว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15-22 มี.ค.66 จะขยับวันเลือกตั้งออกไปเป็น 14 หรือ 21 พ.ค. 5.ใครอยากย้ายพรรค หากเชื่อในสัจจะความตั้งใจคุณประยุทธ์ไม่ต้องย้ายช่วงนี้ รอยุบสภาก่อนได้ แต่หากคิดว่าสัจจะไม่มีจริง รีบย้ายก่อน 7 ก.พ.66 เดี๋ยวไม่ทัน เชื่อผมเถอะ
วันเดียวกัน นิด้าโพลเผยผลสำรวจเรื่อง “พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปะทะพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)” ระหว่างวันที่ 23- 25 ม.ค.จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการแข่งขันทางการเมืองระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรค พปชร.กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จาก รทสช.พบว่าร้อยละ 46.56 ระบุว่า พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้แตกกัน เป็นแค่การแข่งขันทางการเมือง ร้อยละ 28.93 การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ร้อยละ 20.53 เป็นสีสันการเมือง ร้อยละ 12.52 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอิสระมากขึ้นในการตัดสินใจทางการเมืองและการบริหารประเทศ ร้อยละ 10.76 การแข่งขันกันจะทำให้ทั้ง 2 พรรคได้ ส.ส.รวมกันแล้วน้อยกว่า ส.ส.พรรค พปชร.ในการเลือกตั้งปี 2562 ร้อยละ 9.01 ระบุ พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์แตกกันแน่นอน ร้อยละ 8.78 พล.อ.ประวิตรและพรรค พปชร.เป็นอิสระมากขึ้น ร่วมรัฐบาลกับฝั่งไหนก็ได้หลังเลือกตั้ง ทั้งนี้ร้อยละ 42.75 ระบุทั้ง 2 พรรคจะได้ ส.ส.เท่าๆกัน ร้อยละ 25.73 พรรค พปชร.จะได้ ส.ส.มากกว่า ร้อยละ 24.73 พรรค รทสช.จะได้ ส.ส.มากกว่า ร้อยละ 38.40 เป็นไปได้มากที่ทั้ง 2 คนจะจับมือกันตั้งรัฐบาล ร้อยละ 30.07 ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 18.32 เป็นไปไม่ได้เลย ร้อยละ 11.76 ไม่ค่อยเป็นไปได้
เมื่อเวลา 13.45 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำคณะ ส.ส.เพื่อไทยลงพื้นที่เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนสระโกสินารายณ์ จ.ราชบุรี ที่เป็นผลงานรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี และพบประชาชน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีประชาชนรอต้อนรับมอบดอกไม้ให้กำลังใจจำนวนมาก โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า หากต้องการออกจากความทุกข์ยากตลอด 8 ปีที่ถูกแย่งอำนาจ พรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์คืนให้ ขอฝากพรรคเพื่อไทย เข้าคูหากาทั้งพรรคทั้งคน ในกติกาบัตร 2 ใบ ขอฝาก น.ส.แพทองธาร ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ 3 คนคือ 1.นายนพพล ภู่แย้ม 2.นายไก่ ห้องริ้ว 3.น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร
โอ่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อสักครู่นายทักษิณ ชินวัตร บิดา โทร.มาบอกว่า เคยมาเขตนี้บ่อยๆ เรื่อง งบประมาณที่สร้างพิพิธภัณฑ์มาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย ขอบคุณประชาชนที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น พรรคเพื่อไทยอยากเป็นพรรคที่แข็งแรง ขับเคลื่อนโดยเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง นโยบายประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีนโยบายทั้งค่าแรง 600 บาทต่อวัน เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ขอให้เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งราชบุรี
ฉุน “ไตรรงค์” ด่าโกงทั้งตระกูล
ต่อมาที่ จ.กาญจนบุรี น.ส.แพทองธารนำคณะมาหาเสียงต่อที่ จ.กาญจนบุรี โดยให้สัมภาษณ์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยระบุทำประโยชน์ให้ประชาชนมากกว่าหลายรัฐบาล ขอเวลาอีก 2 ปีพลิกโฉมประเทศว่า ต้องดูว่า 2 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ประชาชนเลือก พรรค พท.ตั้งใจให้ประชาชนลืมตาอ้างปากได้ เมื่อถามว่านายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกฯ ปราศรัยว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โกงทั้งตระกูล หากยังมีระบอบทักษิณ บ้านเมืองเหลือแต่เสา น.ส.แพทองธารไม่พอใจเล็กน้อยก่อนตอบว่า สมัยคุณพ่อเป็นนายกฯทำนโยบายมากมายให้ประเทศ ทุกวันนี้ยังใช้กันอยู่ คงไม่ได้เหลือแค่เสา เป็นแค่วาทะการเมืองมาตัดทอนกัน พรรค พท.หาเสียงเต็มที่ เอาผลงานที่ทำจริงมายื่นให้ประชาชน แต่เขาไม่มีของจริง ต้องนำวาทะแบบนั้นมาเป็นเรื่องปกติ ใส่สีทางการเมือง ส่วนที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุแม้พรรค พท.แลนด์สไลด์ แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่สามารถรวมเสียงได้ เป็นความเห็นที่แรงมาก ในระบอบประชาธิปไตยกล้าคอมเมนต์แบบนี้ไม่ดี ไม่เคารพเสียงประชาชน ไม่ใช่ความเห็นในระบอบ ประชาธิปไตย น่าอาย ไม่ให้เกียรติประชาชน
“ชลน่าน”ฉะสมองควรมากตามอายุ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่นายไตรรงค์ปราศรัยต้องระวังข้อกฎหมาย ใส่ร้ายทางการเมืองหรือไม่ ระหว่างระบอบทักษิณที่พยายามยกเป็นวาทกรรมขึ้นมากับระบอบประยุทธ์ 8 ปีต้องพิสูจน์ว่าระบอบใดเป็นที่ยอมรับของประชาชน การกล่าวหาโกงทั้งตระกูลใส่ร้ายแน่นอน ฝากให้ระวัง เป็นผู้ใหญ่ อายุมากแล้ว สมองควรมากตามอายุด้วย เราประกาศเอา 250 เสียง เพื่อให้เท่าแต้มต่อของ ส.ว. ถ้าเราได้ 250 เสียงแต่ ส.ว.โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์หรือใครเป็นนายกฯด้วยเสียงข้างน้อยเป็นรัฐบาล เท่ากับทำร้ายประเทศ จะรอดได้อย่างไร แค่พิจารณางบประมาณก็ไม่ผ่านแล้ว เดือนเดียวแต่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จบแล้ว ทำไปทำไม ทั้งนี้ความเหมาะสมเมื่อมีกฎหมายลูกแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ควรคืนอำนาจให้ประชาชนได้
“เต้น” เย้ย “บิ๊กตู่” เก๊ทับไม่ใช่เกทับ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ปราศรัยขอเวลาอีก 2 ปีพลิกโฉมประเทศ ไม่ใช่เกทับ แต่เป็นเก๊ทับมากกว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศกับสิ่งที่ปรากฏ 8 ปี สวนทางกัน หาก พล.อ.ประยุทธ์สร้างประโยชน์ให้ประชาชนจริง จะไม่มีพรรคใดประกาศเป็นคู่แข่งได้เลย กรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุแม้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ออกลูกอันธพาล ยิ่งกว่าข่มขู่คุกคาม กดหัวประชาชน
รับฟังความเห็นนักธุรกิจกาญจนบุรี
จากนั้นเวลา 16.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค พท.นำคณะ ส.ส.เพื่อไทยลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี พบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่โรงแรมเดอะไซริเวอร์แคว จ.กาญจนบุรี โดยผู้แทนหอการค้า ผู้ประกอบการโรงแรม จ.กาญจนบุรี เสนอให้แก้ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับทางราชการ อยากให้ จ.กาญจนบุรีเป็นที่จัดประชุมและนิทรรศการ นำไปสู่การจัดงานระดับโลก อาทิ งานพืชสวนโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด และขอให้ช่วยเหลือเรื่องโปรโมชันกระตุ้นการท่องเที่ยวให้มากขึ้น ขณะที่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอบคุณผู้ประกอบการ จ.กาญจนบุรีที่สะท้อนเสียงให้พรรค พท.รับฟัง ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะทำเต็มที่แน่นอน
ยุบสภาเมื่อไรยิง 7 นโยบายทันที
ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ลานอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย จัดปราศรัยใหญ่ มีนายคชาภา ตันเจริญ หรือ “มดดำ” ยืนข้างๆเวทีปราศรัย ให้กำลังใจ โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยว่า พท.มีนโยบายพัฒนาเมืองกาญจน์ พี่น้องต้องรวย รวย รวย ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะคืนที่ดินให้ประชาชนที่ต้องการทำเกษตร เราโดนยุบพรรคมา 2 ครั้ง แต่กลับมาได้เพราะประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยุบสภาเมื่อไรนโยบายจะเข้มข้นกว่านี้ เศรษฐกิจปากท้องต้องเข้มข้นมากกว่านี้ ยาเสพติดต้องหมดไป ขอให้เลือก พท.แลนด์สไลด์ทั้ง 5 เขต
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า วันนี้มีขบวนการทำลายแลนด์สไลด์ พี่น้องเสื้อแดงอย่าหวั่นไหว ประชาชนอย่าตกใจ นี่เป็นเพียงมารผจญ ต้องร่วมสู้เพื่อแลนด์สไลด์ เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งหรือยุบสภา จะประกาศ 7 นโยบายทันที ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรค พท.ปราศรัยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีชะตากรรมคล้ายผู้นำรัฐประหารในอดีต คาดว่าจะมีจุดจบแบบอัปยศ เดินตลาด เดินถนนไม่ได้ พบจุดจบในการเลือกตั้งครั้งนี้แน่

“อู๊ดด้า–เสี่ยต่อ” เปิดฟูลทีมชิง ส.ส.ภูเก็ต
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ยิมเนเซียม 4,000ที่นั่ง ศูนย์กีฬาสะพานหิน ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต ส.ส.ภูเก็ต เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ตทั้ง 3เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายกวี ตันสุคตานนท์ อดีต รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เขต 2 นายชัยยศ ปัญญาไวย ประธานสภาทนายความ จ.ภูเก็ต 2 สมัย และเขต 3 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ อดีตสมาชิกสภาเทศบาล ต.วิชิต ท่ามกลางประชาชนที่มารอฟังนโยบายของพรรคและผู้สมัครเป็นจำนวนมาก โดยมีเลขาธิการพรรคสลับสับเปลี่ยนกับรองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าพรรคขึ้นปราศรัยพร้อมกับเปิดตัว
ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ตทั้ง 3 เขต
มั่นใจตัวเต็งติดพื้นที่ยึดหมด 3 เก้าอี้
นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอขอบพระคุณพี่น้องชาวภูเก็ตและชาวปักษ์ใต้บ้านเราที่มาให้กำลังใจกันจำนวนมาก บรรยากาศเก่าๆที่พี่น้องชาวภูเก็ตเคยสนับสนุนพรรค ปชป.กลับคืนมาอีกครั้ง ผู้สมัครทั้ง 3 คน ของ จ.ภูเก็ตเรามั่นใจมาก ทั้ง 3 คนได้ลงพื้นที่มาอย่างยาวนานและต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปี 2562 แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเดิน วันนี้นับว่าเข้าสู่โหมดการเตรียมพร้อมการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และพร้อมจะเลือกตั้งในวันใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 23 มี.ค.66 หรือวันที่ประกาศยุบสภา ปักษ์ใต้เรามีเสียงตอบรับที่ดีขึ้น เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อม 2 ครั้งที่ผ่านมา ปชป.ชนะทั้ง จ.ชุมพรและสงขลา 14 จังหวัดภาคใต้ เรามี 58 เสียง เรามั่นใจว่าเราจะได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ตที่เรามั่นใจจะยกทีมผู้สมัครทั้ง3คน
ไม่กังวลหลายพรรครุมทึ้ง ส.ส.ปักษ์ใต้
เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมลงพื้นที่ในฐานะนักการเมืองเต็มตัว พรรค ปชป.มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกพรรคมีสิทธิ์ตั้งความหวัง ถ้าทางพรรคอื่นมีความมั่นใจว่า จ.ชุมพรจะยกทีม เราก็มั่นใจเช่นเดียวกัน ทุกอย่างเป็นเรื่องของการแข่งขันแม้ว่ามีพรรคการเมืองต่างพุ่งเป้ามายังพื้นที่ภาคใต้ ตอบได้เลยว่าไม่มีความกังวล การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าปักษ์ใต้เราพรรค ปชป.มีฐานเสียงเหนียวแน่นและมั่นคง
“โอ๋” ลุย 3 จว.อีสานตอกเสาเข็มภท.
วันเดียวกัน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางลงพื้นที่ทำกิจกรรมประชุมชี้แจงนโยบายพรรค ภท. พร้อมขึ้นเวทีปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 10 เขตในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี อำนาจเจริญและยโสธร แต่ละพื้นที่มีประชาชนมารอต้อนรับกันคึกคัก โดยนายศักดิ์สยามยืนยันว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค ภท.ทุกคน ล้วนมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ที่เดินทางมาครั้งนี้เพื่อการันตีความเป็น ภท.ว่า พูดแล้วทํา มาตอกเสาเข็มทุกต้นให้ทุกพื้นที่เจริญก้าวหน้าต่อไป ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บางคนแม้จะยังไม่มีตำแหน่ง ส.ส. แต่ที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ว่าได้ลงพื้นที่คอยอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ เลือกตั้งรอบนี้อยากให้พี่น้องประชาชนให้โอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ

“เสี่ยหนู” ลุยอ้อนคนกรุงช่วย “ภาดาท์”
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ใต้ทางด่วนชุมชนวัดมะกอกส่วนหน้า เขตพญาไท กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค อาทิ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต ส.ส. กทม. ร่วมลงพื้นที่เปิดปราศรัยย่อยของ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ อดีต ส.ส.กทม. โดยมีประชาชนมาร่วมฟังกว่า 500 คน โดยนายพุทธิพงษ์ หัวหน้าทีม กทม. ปราศรัยตอนหนึ่ง ยืนยันนโยบายพรรคภูมิใจไทยไม่มีการขายฝัน แต่ “พูดแล้วทำ” ทำตามที่รับปากไว้ตอนหาเสียง ไม่ใช่อย่างบางพรรคบอกค่าแรงวันละ 700-800 บาทถามว่าทำได้หรือไม่ เดี๋ยวตนจะพาไปทวง วันนี้เราลงมาแก้ไขปัญหา เลิกโม้ เลิกฝัน เพราะเราเข้าใจคน กทม.และตอนเลือกตั้งขอให้เลือกคนที่มีโอกาสเป็นนายกฯ เลือกคนที่มีโอกาสได้ขึ้นไปสู้ขึ้นชกบนเวที ไม่ใช่เลือกคนไม่มีโอกาสสู้
ยันจับมือได้ทุกขั้วลั่นขอเลือกเอง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. วิเคราะห์เลือกตั้งครั้งหน้าว่า พรรค พท. พรรค ภท.และพรรค พปชร.จับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล ที่เหลือเป็นฝ่ายค้านว่า ต้องขอบคุณนายวันชัยส่วนตัวเชื่อมือในฐานะเป็นนักกฎหมาย แต่การจับขั้วทางการเมือง ขอให้พรรค ภท.ตัดสินใจด้วยตัวเอง นำคะแนนและ ส.ส.ที่ประชาชนมอบให้เป็นตัวกำหนดทิศทาง ภท.จะพยายามไม่แบ่งเป็นขั้วหรือแบ่งฝ่าย เชื่อว่าไม่มีประชาชนคนไหนอยากเห็นความขัดแย้ง ควรให้ผลของการเลือกตั้งเป็นตัวตัดสิน ดีกว่าที่จะมาบอกว่าจับมือกับคนนั้นไม่ได้ คนนี้ไม่ได้ หากตั้งแง่ เขาจะมาดิสเครดิตเรา ต้องมาคอยตอบโต้ ยิ่งสร้างความขัดแย้งให้ทวีคูณ พรรค ภท.ไม่ทำเช่นนี้ ขอให้ประชาชนตัดสินแล้วพรรคที่เป็นแกนนำ ต้องแปลความต้องการของประชาชนเป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติ แต่ยืนยัน ภท.จับมือได้กับทุกขั้ว หลังการเลือกตั้งทำงานร่วมกับใครก็ได้ จะสร้างความสามัคคีเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ภายใต้ระบบรัฐสภา
ถ้ามาอันดับ 1 ไม่สละนายกฯให้ใคร
เมื่อถามว่าจะถอยให้พรรคอื่นที่มีอำนาจ ส.ว.ในมือหรือไม่ เพราะ ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯกลัวหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หากประชาชนเลือกเรามาเยอะขนาดนี้ เรากลัวประชาชนอย่างเดียว และตนป้อนใส่สมองสมาชิกพรรคทุกคนไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ยกเว้นกลัวประชาชน หากพรรค ภท. มี ส.ส.มากที่สุด ตนต้องเป็นนายกฯ เพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯเพียงคนเดียว หากประชาชนเลือกพรรค ภท.เข้ามาเป็นอันดับหนึ่งเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากตนจะขึ้นเป็นนายกฯเอง
“กรณ์” เดินหน้าปั้น ศก.สายมูเตลู
นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “#WhiteEconomy” เศรษฐกิจสายมู “1 ใน 7 เฉดสีเพื่อหาเงิน 5 ล้านล้านเข้าประเทศ!” ใจความว่า #มูเตลู ความเชื่อและความศรัทธา เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน โดยเฉพาะคนไทยเรา หลอมรวมกลายเป็นประเพณีวัฒนธรรมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แม้แต่ในช่วงโควิด ทุกจังหวัดเหลือเที่ยวบินเพียงวันละเที่ยวสองเที่ยว แต่ #นครศรีธรรมราช กลับมีเที่ยวบิน 50 กว่าเที่ยว เพราะวัดเจดีย์ไอ้ไข่ เงินสะพัดสู่ชุมชนทำให้ชาวบ้านที่ค้าขายอยู่รอบๆ รวมทั้งโรงแรมที่พักยังคงมีนักท่องเที่ยวไปอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไทยเรามีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธามากมาย ถ้าเราฟื้นฟูหรือสร้างสตอรีเรื่องเล่า คิดดูว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนแค่ไหน นโยบายของเราคือ
“1 จังหวัด 1 พันล้าน” สร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดไหนไม่มีสถานที่ที่ดึงความน่าสนใจได้เพียงพอ สร้างขึ้นใหม่ได้ จังหวัดไหนของดีอยู่แล้วก็พัฒนาต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบให้ดียิ่งขึ้น
ฟุ้งตั้งเป้าปั่นรายได้ 5 ล้านๆ
นายกรณ์ระบุอีกว่า ขอยกตัวอย่างหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่อยุธยา ที่นายกอุ๊ วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการสร้างขึ้นมา มีการวางแผนเป็นอย่างดี มีตลาดที่ชาวบ้านนำสินค้ามาค้าขายโดยรอบ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้คน#
อยุธยาประเมินค่าไม่ได้หรือแม้แต่พระพิฆเนศองค์ยืนที่#ฉะเชิงเทรา ทำให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น นายกอุ๊คือที่ปรึกษาด้านนโยบายของชาติพัฒนากล้าอีกด้วย พวกเราเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มาก เพราะเศรษฐกิจสีขาวหรือสายมูที่ถ้าเราลงทุนหลักพันล้านต่อ 1 แหล่งท่องเที่ยว เราจะได้เงินกลับคืนมาอย่างมหาศาล ดูแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างเจ้าแม่กวนอิมที่ฮ่องกง วัดอาซากุสะที่ญี่ปุ่น โบสถ์ที่งดงามในยุโรป หรือแม้แต่พระพรหมเอราวัณที่บ้านเรา ต่างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกอยากมาชมด้วยตาตัวเอง ที่สำคัญการส่งเสริมการท่องเที่ยวต้องมี 3 มิติควบคู่ 1.เพิ่มนักท่องเที่ยว 2.เพิ่มเวลาที่นักท่องเที่ยวอยู่กับเรา 3.เพิ่มเงินที่นักท่องเที่ยวใช้ตอนอยู่กับเรา เพิ่มนักท่องเที่ยวต้องลงทุนระบบสาธารณูปโภค ลงทุนในการอนุรักษ์ดูแลธรรมชาติ เพิ่มระยะเวลาอยู่กับเราจาก 10 วัน เป็น 12 วัน ต้องเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้หลากหลายและดึงดูด
พช.ชูแม่ฮ่องสอนท่องเที่ยวสุขภาพ
พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติกล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคเพื่อชาติได้ลงพื้นที่จัดประชุมสมาชิกพรรคและจัดตั้งตัวแทนพรรคเพื่อชาติประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในที่ประชุมมีมติเลือกนายอนุพันธ์ หาญประดับทอง เป็นตัวแทนพรรคเพื่อชาติประจำ จ.แม่ฮ่องสอน ได้สำรวจพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนหลายอำเภอ จ.แม่ฮ่องสอนมีประชากรชาติพันธุ์ที่หลากหลาย มีพรมแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ทุกพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง Adventure และอนุรักษ์ เนื่องจากมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ จึงสมควรจะเป็นจังหวัดนำร่องฐานชีวภาพ เพื่อเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการนำเอาจุลินทรีย์และสมุนไพรมาใช้ทางการแพทย์ เครื่องสำอางและอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นโมเดลต้นแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ม็อบปล่อยเพื่อนเราไปหน้าศาลรัชดา
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เมเจอร์รัชโยธิน กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน นำมวลชนยืนหยุดขังปล่อยนักโทษการเมือง ที่ปักหลักอยู่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯมาตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.เดินทางมารวมตัวกันเดินขบวนเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดขัง” สนับสนุนการยื่นหนังสือขอประกันตัวกลุ่มราษฎรที่ยังอยู่ในเรือนจำ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมออกเดินเท้าจากเมเจอร์รัชโยธินมุ่งหน้าศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ชูป้ายสัญลักษณ์การชุมนุมต่างๆ อาทิ ดอกทานตะวัน ข้อความคัดค้านมาตรา 112 ภาพผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำ พร้อมตะโกนข้อเรียกร้องปล่อยนักโทษการเมือง คืนสิทธิ์ประกันตัวยกเลิก 112 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน กระจายกำลังเฝ้าระวังเหตุ
ยื่นขอประกัน 12 คนเว้นตะวัน-แบม
ต่อมากลุ่มทะลุฟ้ารวมตัวกันที่หน้าป้ายสำนักงานศาลยุติธรรม ริมถนนรัชดาภิเษก มีทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นำโดยนายกิตติศักดิ์ กองทอง มาชี้แจงว่าจะยื่นเอกสารต่อศาลเพื่อขอประกันตัวนักโทษการเมือง 12 คนเท่านั้น เนื่องจากอีก 4 คน คือนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือปอ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม ไม่ประสงค์จะยื่นขอประกันตัว จากนั้นทีมทนายความเดินทางเข้ายื่นหนังสือขอประกันตัวกับศาล มีมวลชนปักหลักรออยู่ด้านหน้า
“ไผ่” อ่านแถลงการณ์ย้ำข้อเรียกร้อง
นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดินอ่านแถลงการณ์กลุ่มใจความสรุปว่า กว่า 10 วันแล้วที่ตะวันและแบม ผู้ต้องหาคดีความผิดตามมาตรา 112 อดอาหารและน้ำ จนร่างกายเข้าขั้นวิกฤติ ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ยังมีนายสิทธิโชค เศรษฐเศวต ผู้ต้องขังคดีตามมาตรา 112 ที่กำลังเริ่มต้นอดอาหารและอดน้ำด้วยเช่นกัน ขอเรียกร้องไปยังผู้พิพากษาเจ้าของคดี อธิบดีศาลอาญาและผู้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ขอให้ศาลพิจารณาปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองทุกคดีตามหลักกฎหมาย 2.ขอให้ศาลพิจารณายกเลิกกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว เช่น การใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามตัว การห้ามออกนอกเคหสถาน ในลักษณะที่เงื่อนไขกลายเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิต จนขัดต่อหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน
นายประกันยื่นเงินสดขอปล่อยตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้านายประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาชั้นพิจารณา 4 ราย คดีถูกกล่าวหาร่วมกันวางเพลิง ทำให้เสียทรัพย์ มั่วสุมใช้กำลังประทุษร้ายฯ เสนอหลักทรัพย์เงินสดรวม 400,000 บาท อีกคำร้อง ทนายความยื่นขอปล่อยตัวจำเลย 2 ราย คดีถูกกล่าวหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯและร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ เสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสดรวม 200,000 บาท จำเลยที่ 3 คดีหมายเลขดำ อ.1266/2565 คดีถูกกล่าวหาร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลฯและพาอาวุธไปในเมืองฯเสนอหลักทรัพย์เงินสด 100,000 บาท ศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว คดีมีข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับวัตถุระเบิดเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม หลักประกันเพียงคนรู้จักกับจำเลยง่ายต่อการละทิ้ง อีกทั้งศาลเคยไม่ให้ประกันมาหลายครั้งแล้ว จึงเกรงว่าจะหลบหนีหรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองได้ ชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ต่อมาช่วงบ่าย มีทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง ผู้ต้องหาตามคำร้องฝากขังหมายเลขดำ ฝ.1367/2565 คดีถูกกล่าวหาร่วมมีและใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาตและมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง เสนอหลักทรัพย์เงินสด 100,000 บาท ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วข้อหาหนัก พยานชั้นสอบสวนมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พงส.จึงคัดค้านประกัน โดยพฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดเป็นอันตรายต่อสังคม ศาลอุทธรณ์จึงไม่อนุญาตมาโดยตลอดเกรงว่าจะหลบหนีหรือก่อเหตุร้ายประการอื่นทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุข ชั้นนี้จึงยังคงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ศาลไม่ให้ประกันแม้แต่รายเดียว
จากนั้นทนายความยังยื่นขอปล่อยจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.3133/2565 คดีถูกกล่าวหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯเสนอหลักทรัพย์เงินสด 100,000 บาท ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงต่อสถาบันหลักของประเทศชาติและใกล้ถึงนัดตรวจพยานหลักฐานตามฟ้องมีข้อมูลโยงจากสื่อออนไลน์ถึงจำเลย โจทก์จึงคัดค้านประกันและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตมาแล้วเพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดีในกระบวนการยุติธรรม ชั้นนี้ยังคงเกรงว่าจะหลบหนีหรือก่ออันตรายประการอื่นได้ ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเช่นกัน รายสุดท้ายทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2528/2564 และคดีหมายเลขแดง อ.55/2566 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี 4 เดือน เสนอหลักทรัพย์เงินสด 150,000 บาท และกรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2110/2564 และคดีหมายเลขแดง อ.3582/2565 (ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ปี 30 เดือน) เสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด 400,000 บาท โดยศาลอาญามีคำสั่งส่งคำร้องนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป สรุปจำเลยที่ยื่นประกันทั้งหมด ศาลไม่อนุญาต ปล่อยชั่วคราวแม้แต่รายเดียว

แนวร่วมหัวใจวายตายเซ่นยืน หยุด ขัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการชุมนุม กลุ่มทะลุฟ้าหน้าศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ได้เกิดเหตุสลดเมื่อนายไพโรจน์ โชติศรีพันธ์พร อายุ 67 ปี ที่ร่วมเดินเท้ามาจากเมเจอร์รัชโยธิน มีอาการเหนื่อยอ่อน จนต้องไปนั่งพักอยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าศาล อาญา จู่ๆเกิดเป็นลมล้มลงหมดสติลงไปนอนบนฟุตปาท มวลชนรีบกรูเข้าช่วยปฐมพยาบาลและพาส่ง รพ.ราชวิถีโดยด่วน ต่อมาเสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน โดยเวลา 15.00 น. นายบรรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) หลานเขยของนายไพโรจน์มารับศพเดินทางกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.พิจิตร ทั้งนี้ การชุมนุมที่หอศิลป์ช่วงเย็นมีการไว้อาลัยให้ลุงไพโรจน์ ขณะที่เฟซบุ๊กเพจกลุ่มทะลุฟ้าโพสต์ข้อความแสดงความอาลัยว่า “ลุงไพโรจน์” ผู้เป็นประชาชนผู้รักประชาธิปไตยเข้าร่วมต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด ขอแสดงความเสียใจและขอแสดงความนับถือคุณลุงไพโรจน์ ด้วยจิตคารวะ แด่ผู้ที่ถูกกดขี่และลุกขึ้นมาต่อสู้ จนวาระสุดท้าย ด้วยจิตคารวะ